Home เทคโนโลยี ช่วงล่างรถยนต์

บูชช่วงล่าง

ระบบ
ช่วงล่างนอกจากสปริงและโช๊คอัพ ยังมีอะไหล่ช่วงล่างตัวอื่นๆ อีกที่มีความสำคัญ คือ บูชปีกนก บูชสวิงอาร์มต่างๆ ที่เป็นจุดยึดระหว่างล้อไปหาตัวรถหลายท่านไม่ทราบถึงความสำคัญ และหลายท่านยังไม่รู้จักชิ้นส่วนเหล่านี้ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับเอ็นข้อแขน หรือเอ็นข้อขาเข่าของคนเรานี่แหละถ้าฉีกขาดอย่าว่าแต่ยกของเลยครับแม้แต่ยกแขนหรือขาเองก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ส่วนรถยนต์ที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานานสภาพข้อต่อที่เป็นบูชยางต่างๆ เหล่านี้ย่อมมีส่วนที่เสื่อมสภาพฉีกขาด แข็งแตกร้าว  ซึ่งจะมีผลต่อการขับขี่ และทำให้สมรรถนะของรถด้อยลงไปด้วย บางคันที่เป็นมากก็จะมีเสียงดังขึ้นมาให้ได้ยินจนน่ารำคาญ  ดังขณะออกตัวเดินหน้าหรือถอยหลัง หรือดังเมื่อวิ่งบนถนนที่ขรุขระ  บ้างก็เวลาเลี้ยวแล้วพวงมาลัยจะดึงมือผิดปกติ อาการเหล่านี้เราสามารถซ่อมได้ด้วยการเปลี่ยนอะไหล่เฉพาะบูชต่างๆ เป็นบูชของใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนปีกนกหรือสวิงอาร์มทั้งชิ้นซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า และเรารับประกันอะไหล่ 1 ปี ครับ

รู้ได้อย่างไรว่าโช๊คอัพแต่ละรุ่นต้องอัดแก๊สเท่าไหร่น้ำมันเบอร์อะไร

รู้ได้อย่างไร
ว่าโช๊คอัพของรถรุ่นนั้นรุ่นนี้ต้องอัดแก๊สเท่าไหร่น้ำมันเบอร์อะไร ก่อนที่เราจะได้มาเป็นสูตรการซ่อมโช๊คอัพของแต่ละรุ่นนั้น ก็ต้องใช้เวลากับประสบการณ์สะสมข้อมูลโดยเราได้มีการทดสอบสเปคโช๊คอัพมาตรฐาน (Standard) เดิมโรงงาน (โช๊คอัพใหม่) ของรถรุ่นต่างๆ  ว่ามีความหนืดและมีแรงดันแค่ไหน เพื่อจะนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการปรับแต่งเพิ่มความหนืดและแรงดันให้กับโช๊คอัพที่นำมาซ่อมตามรุ่นต่างๆ เพราะโช๊คอัพของใหม่จากโรงงานจะทำสเปคมาค่อนข้างนุ่มไปถึงอ่อนหรือนิ่มถ้าใช้งานบนถนนที่เรียบๆ คงจะไม่รู้สึกอะไร แต่ถนนบ้านเราไม่ใช่อย่างนั้น การซ่อมหรือโมดิฟายของเราก็จะเริ่มจากสเปคโรงงาน จะทำให้ใกล้เคียงกับโช๊คอัพใหม่ๆ หรือหนืดและหนึบกว่าแค่ไหนก็ขึ้นอยู่องค์ประกอบทางกายภาพของตัวรถคันนั้นๆ ว่ามีอะไรเพิ่มเติมจากรถสเปคเดิมโรงงานอีกหรือไม่ เช่นติดตั้งถังแก๊สมาหรือไม่ LPG หรือ NGV เปลี่ยนเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักมากหรือน้อยกว่าเดิมแค่ไหน ใช้สปริงเดิมหรือใส่สปริงโหลด และตัวโช๊คอัพที่นำมาซ่อมมีความเสียหายภายในaltมากน้อยแค่ไหน ช่างก็จะพิจารณาข้อมูลเหล่านี้ก่อนการซ่อมโช๊คอัพด้วย  โดยทางร้านก็จะมีสเต็ปการอัดโช๊คที่มากขึ้นกว่าการซ่อมแบบปกติ ซึ่งสเต็ปที่สูงขึ้นก็คือความหนึบมากขึ้นแต่ความนุ่มนวลก็จะลดลงไปด้วยเช่นกันเป็นธรรมชาติครับ แต่ก็จะแก้ปัญหาอาการโช๊คอัพอ่อนยุบตัวง่าย โคลงหรือโยนตัวและลดการกระแทกเวลาตกหลุมของรถได้ ส่วนรถที่มาแบบเดิมๆ ทุกอย่างช่างก็จะอัดให้ในสเปคมาตรฐานปกติของทางเราคือปรับให้โช๊คอัพมีความหนืดและเพิ่มแรงดันมากกว่าโช๊คอัพของใหม่จากโรงงานของรถรุ่นนั้นๆ ประมาณ 20% ครับ ซึ่งการเพิ่มค่าของโช๊คอัพให้หนืดและมีแรงดันมากกว่าโช๊คอัพของใหม่เท่านี้ จากการทดสอบใช้งานแล้วถือว่าใช้ได้ดีเหมาะสมกับสภาพถนนบ้านเรา และจะทำให้รถใช้งานได้สมรรถนะที่ดีขึ้น เข้าโค้งเกาะถนนดีกว่าเดิม ลดการกระแทกเวลาตกหลุมหรือปะทะลูกระนาดโช๊คอัพก็จะช่วยซับแรงกระแทกไว้ได้ดีกว่า ใช้ความเร็วได้อย่างมั่นใจ ผู้ขับขี่จะสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนครับ

ซ่อมโช๊คอัพ-โมดิฟาย-อัพเกรดโช๊คอัพ

การซ่อม
และโมดิฟาย หรืออัพเกรดโช๊คอัพ ในรถยนต์หนึ่งคันมีโช๊คอัพ 4 ตัว โช๊คอัพทุกตัวแม้จะผ่านการใช้งานมาแล้วในระยะเวลาที่เท่ากันแต่ความเสียหายสึกหรอภายในจะมีมากน้อยไม่เท่ากันทุกตัวครับ การที่จะนำโช๊คอัพกลับมาซ่อมหรือโมดิฟายเพื่อให้ใช้ได้ใหม่นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้และทำกันมานานมากแล้วครับ (ขึ้นอยู่กับสภาพความเสียหายของโช๊คอัพและความสามารถของช่างซ่อมด้วย) ประโยคที่ว่า “เอาโช๊คไปซ่อมอัดน้ำมันaltใหม่” ไม่ได้มีมาเมื่อ 3-4 ปีมานี้นะครับ แต่น่าจะประมาณสัก 30 - 40 ปี ที่เรามักจะได้ยินช่างตามอู่พูดประโยคนั้น หรืออาจจะมีการซ่อมอัดน้ำมันโช๊คมาตั้งแต่เมืองไทยเริ่มมีรถยนต์ที่มีระบบกันสะเทือนเป็นโช๊คอัพ (SHOCK ABSORBER) มาเลยก็เป็นได้ และเมื่อวิวัฒนาการของระบบช่วงล่างได้มีการพัฒนามาเรื่อยๆ แน่นอนเรื่องของการซ่อมกับการโมดิฟายระบบโช๊คอัพก็ย่อมมีการพัฒนาไปด้วยเช่นกันจากที่เคยซ่อมกันแบบระบบอัดน้ำมันใหม่อย่างเดียว ก็พัฒนามาเป็นแบบอัดแก๊สกึ่งน้ำมัน  เพื่อให้ได้คุณภาพใกล้เคียงหรือเหนือกว่าสเปคของใหม่จากโรงงานก็ยังทำได้ ต้องยอมรับว่ามีผู้ที่ไม่นิยมการซ่อมโช๊คอัพเพราะไม่มั่นใจในคุณภาพการซ่อมไม่คิดว่ามันจะใช้ได้ดี ตัวโช๊คอัพจะไม่อยู่ในสภาพเดิมหรือคงจะใช้ได้ไม่นานก็รั่ว ซึ่งในยุคเมื่อ 10 กว่าปี ก่อนหน้านี้มันก็น่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ  ส่วนผู้ที่นิยมการซ่อมก็มีอยู่ไม่น้อย และเหตุผลที่เจ้าของรถคิดจะเลือกการซ่อมแทนการเปลี่ยนของใหม่อันดับแรกaltแน่นอนก็ราคาค่าซ่อมถูกกว่าซื้อของใหม่หลายเท่าตัว อีกอย่างก็ประสบการณ์คือเคยเปลี่ยนของใหม่มาแล้วใช้ได้ไม่นานก็มี บ้างก็รู้สึกเหมือนเดิมคือเหมือนกับใช้โช๊คอัพชุดเก่าที่เพิ่งถอดทิ้งไปเพราะยังโคลงตัวง่ายไม่หนึบไม่เกาะถนนเท่าที่ควร ไม่คุ้มกับราคาที่เปลี่ยนใหม่ก็เลยมาลองวิธีซ่อมดู ซึ่งมาเข้าใจภายหลังว่าโช๊คอัพของใหม่สเปคเดิมโรงงานผลิตมาเพื่อให้ใช้ใส่กับรถที่ไม่ได้ติดตั้งถังแก๊ส ไม่ใส่สปริงโหลด และจะใช้งานใหม่ๆ ได้ดีในทุกสภาพถนนที่เรียบๆ ไม่มีหลุม บ่อ ไม่มีฝาท่อกลางถนน ไม่มีเนินลูกระนาด ไม่มีสันคอสะพาน ไม่ใช้ความเร็วสูง นี่คือสเปคสำหรับการใช้งานของโช๊คอัพใหม่ๆ จากโรงานครับ  เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องมีการโมดิฟายหรืออัพเกรดโช๊คอัพขึ้นในบ้านเรา
โดยปกติการซ่อมและโมดิฟายหรืออัพเกรดโช๊คอัพของรถแต่ละรุ่นนั้นจะเป็นสูตรของแต่ละร้านซ่อม ซึ่งทุกที่ก็คงจะไม่เหมือนกัน100% ถือว่าสูตรใครก็สูตรใครนะครับ  ส่วนของ Smile Auto ในการซ่อมหรือโมดิฟาย หรืออัพเกรดโช๊คอัพนั้น เราจะซ่อมเป็นระบบโช๊คอัพแก๊สกึ่งน้ำมัน (กาซไนโตรเจน และน้ำมันไฮดรอลิก) ไม่ว่าโช๊คอัพนั้นเดิมจะเป็นระบบน้ำมันอย่างเดียวก็ตามเราสามารถโมดิฟายให้เป็นระบบแก๊สกึ่งน้ำมันได้ และเมื่อซ่อมแล้วตัวโช๊คอัพจะอยู่ในสภาพเดิมทุกอย่างไม่มีการตัดต่อดัดแปลงสภาพตัวโช๊คอัพแต่อย่างใด
 

system technology ระบบกันสะเทือน

Technology
ระบบกันสะเทือนของรถยนต์ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มจากใช้เหล็กแหนบจะรับน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือนโดยการ "โค้งหรืองอตัว" ของแผ่นแหนบ, สปริงขดรับน้ำหนักโดยการ "หด หรือยุบตัว" ของขดสปริง ส่วนเหล็กบิด หรือทอร์ชั่นบาร์ นั้น จะรับแรงสั่นสะเทือนโดยการ "บิดตัวของเพลา" ในรถปิคอัพ, สปริงยาง ในรถมินิรุ่นเก่าๆ, สปริงแบบไฮโดรนิวเมติก(Hydro - Pneumatic) คือระบบดูดซับแรงสะเทือนโดยการอัดตัวของaltกาซไนโตรเจนและของเหลว(น้ำมันไฮดรอลิก),  สปริงลม ลดแรงสั่นสะเทือนจากการ "อัดตัวของลม" ในถุงลม นับตั้งแต่รถยนต์คันแรกของโลกเกิดมา 100 กว่าปี ระบบกันสะเทือนแบบแรก(เหล็กแหนบ)และแบบต่อๆ มา ก็ยังคงใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ พัฒนามาจนถึงขั้นระบบถุงลมสามารถปรับความแข็ง-อ่อน หรือแม้กระทั่งระดับความสูง-ต่ำของตัวรถได้ตามสภาวะการขับขี่ (Active suspension) ซึ่งช่วงล่างลักษณะดังกล่าวได้รับความนิยมในกลุ่ม Premium Car โดยเฉพาะกับรถยนต์ประเภท SUV ระดับบน  แต่ก็ใช่ว่าค่ายรถทุกยี่ห้อจะเลือกนำมาใช้เป็นระบบกันสะเทือนของรถในค่ายทุกรุ่นทุกคันและขณะที่รถราคาแพงที่สุดของแต่ละค่ายรถก็ไม่ได้เลือกใช้ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมที่ว่านี้ แต่รถส่วนใหญ่ของทุกค่ายผลิตรถจะใช้ระบบกันสะเทือนแบบ สปริงไฮโดรนิวเมติก หรือโช๊คอัพ (Shock Absorber) มีคอยล์สปริง และแหนบที่เราได้เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ ต้องถือว่าเป็นที่ยอมรับของทุกค่ายรถกับระบบกันสะเทือนแบบนี้เพราะใช้กันตั้งแต่รถยนต์ที่มีราคาถูกที่สุดไปจนถึงรถที่แพงที่สุดก็ยังใช้อยู่ มาจนถึงรถรุ่นใหม่ๆ ที่มีออกมาในปัจจุบันครับ และแน่นอนการซ่อมชิ้นส่วนอะไหล่ก็ย่อมมีควบคู่กันมากับตัวรถทุกรุ่นครับแม้กระทั่งโช๊คอัพก็ตามที

ระบบกันสะเทือน

ระบบรองรับน้ำหนัก
หรือ ระบบแขวนล้อ หรือเรียกว่า "ช่วงล่าง" ( Suspensions) หน้าที่โดยตรง คือ "ลดอาการสั่นสะเทือนอันเกิดจากการกลิ้งของล้อสัมผัสกับพื้นผิวถนน" ให้หลงเหลือส่งถ่ายไปยังห้องโดยสารน้อยที่สุดแต่ระบบกันสะเทือนก็ยังมีหน้าที่แฝงอีกหลายข้อ ได้แก่ ช่วยให้การบังคับควบคุมรถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ, รักษาระดับตัวรถ ให้พื้นรถห่างจากผิวถนนคงที่, ควบคุมล้อให้ตั้งฉากกับพื้นถนนตลอดเวลาเพื่อให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากที่สุด แม้ในขณะเข้าโค้ง, ลดอาการกระดก และโยนตัว สมดุลให้รถอยู่ในสภาพปกติ ขณะเคลื่อนที่ผ่านผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ

บทความ อื่นๆ ...

Hot Line

Tel. 02-947-7081-2 
Fax.02-947-7082 
Mobile. 089-038-1566, 080-989-3131
เปิดบริการวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 9.00 - 20.00 น.

หยุดวันอาทิตย์

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Contact Us.

หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับอาการรถยนต์ของท่านกรุณาติดต่อเรา คลิกที่นี่

About me

ศูนย์ซ่อมโช้คอัพและช่วงล่างรถยนต์ เฉพาะทาง โดยช่างมืออาชีพและได้มาตรฐานประสบการณ์กว่า 10 ปี
ขอพระคุณทุกท่านที่ใช้บริการ